ในยุคที่มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยา อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร หรือการแพทย์ “ห้อง Clean room” หรือห้องคลีนรูม จึงเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้
การควบคุมฝุ่นละออง อนุภาคในอากาศ รวมถึงอุณหภูมิ ความชื้น และแรงดันภายในห้อง ล้วนส่งผลต่อคุณภาพสินค้าโดยตรง หากควบคุมไม่ได้ อาจทำให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงกระทบทั้งกระบวนการผลิตแต่คำถามสำคัญคือ ห้องคลีนรูมมีกี่ Class? และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณมากที่สุด
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการเลือก Class ที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริง
ห้อง Clean room คือพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้สามารถควบคุมปริมาณอนุภาคในอากาศได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ระบบกรองอากาศ เช่น HEPA หรือ ULPA Filter ร่วมกับระบบปรับอากาศและการควบคุมแรงดันองค์ประกอบหลักของห้องคลีนรูม ได้แก่
ระบบกรองอากาศ (HEPA / ULPA)
ระบบปรับอากาศ (HVAC)
การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
ระบบ Airflow และแรงดันอากาศ
โครงสร้างผนัง ฝ้า และพื้นแบบป้องกันฝุ่น
ดังนั้น การสร้าง ห้องคลีนรูม จึงต้องอาศัยการออกแบบเชิงวิศวกรรม ไม่ใช่เพียงการกั้นห้องธรรมดา
มาตรฐานสากลที่ใช้ทั่วโลกคือ ISO 14644-1 ซึ่งแบ่งระดับความสะอาดของ ห้อง Clean room ออกเป็น Class 1 ถึง Class 9
📌 หลักการสำคัญคือ
วัดจาก “จำนวนอนุภาคฝุ่นในอากาศ” ต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร
👉 ยิ่งเลข Class “น้อย” = ยิ่งสะอาด
👉 ยิ่งเลข Class “มาก” = สะอาดน้อยลง (แต่ต้นทุนต่ำกว่า)
การวัดจะอิงจาก “ขนาดของอนุภาค” เช่น
0.1 ไมครอน
0.3 ไมครอน
0.5 ไมครอน
5.0 ไมครอน
เพื่อให้เห็นภาพ:
ฝุ่นทั่วไป = ใหญ่กว่า 10 ไมครอน
แบคทีเรีย ≈ 1 ไมครอน
ไวรัส ≈ 0.1 ไมครอน
นั่นหมายความว่า ห้องคลีนรูมระดับสูง ต้องสามารถควบคุมอนุภาคที่เล็กมากจนมองไม่เห็นได้
🔸 ISO Class 1
สะอาดระดับสูงสุด
ใช้ใน Nano technology / Semiconductor ขั้นสูง
ต้นทุนสูงมาก ไม่ใช้ในงานทั่วไป
🔸 ISO Class 2 – 3
ใช้ในงานวิจัยขั้นสูง
เช่น Aerospace / Lab ระดับสูง
🔸 ISO Class 4
ใช้ในอุตสาหกรรม High-tech
เช่น Microelectronics / Optical
🔸 ISO Class 5 ⭐
เป็นระดับที่ “สำคัญและนิยมมาก”
อนุภาค ≥0.5 µm ไม่เกิน 3,520 particles/m³
📌 ใช้ใน:
ห้องผ่าตัด
ห้องผลิตยา
ห้องปลอดเชื้อ
👉 เทียบเท่า Class 100 (มาตรฐานเก่า)
🔸 ISO Class 6
ใช้ในงาน Assembly
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
🔸 ISO Class 7 ⭐
นิยมมากในโรงงาน
อนุภาค ≥0.5 µm ≈ 352,000 particles/m³
📌 ใช้ใน:
อุตสาหกรรมอาหาร
เครื่องมือแพทย์
ห้องผลิตทั่วไป
👉 เทียบเท่า Class 10,000
🔸 ISO Class 8
ใช้งานแพร่หลาย
ใช้ในโรงงานทั่วไป / Pre-clean
👉 เทียบเท่า Class 100,000
🔸 ISO Class 9
ใกล้เคียงห้องแอร์ทั่วไป
ใช้เป็น Buffer zone
| ISO Class | มาตรฐานเดิม | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|
| Class 5 | Class 100 | ห้องผ่าตัด / ยา |
| Class 7 | Class 10,000 | อาหาร / เครื่องมือแพทย์ |
| Class 8 | Class 100,000 | โรงงานทั่วไป |
ในการออกแบบ ห้อง Clean room จะมี 2 สถานะ
🧍 At Rest
ห้องพร้อมใช้งาน แต่ยังไม่มีคน
ค่าฝุ่นต่ำที่สุด
🏭 In Operation
ขณะใช้งานจริง
มีคน / เครื่องจักร → ฝุ่นเพิ่มขึ้น

👉 ดังนั้น การสร้าง ห้องคลีนรูม ต้องออกแบบให้ “ตอนใช้งานจริง ยังผ่าน Class ที่ต้องการ”
🔹 เลือก Class ห้องคลีนรูมอย่างไรให้เหมาะกับงาน
✅ 1. ประเภทอุตสาหกรรม
ยา / การแพทย์ → Class 5
อาหาร → Class 7 – 8
อิเล็กทรอนิกส์ → Class 4 – 6
✅ 2. ความละเอียดของงาน
งานที่ละเอียดมาก → ต้องใช้ Class ต่ำ
งานทั่วไป → ใช้ Class สูงขึ้นได้
✅ 3. งบประมาณ
ยิ่ง Class สูง (เลขน้อย) → ต้นทุนสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
✅ 4. มาตรฐานที่ต้องผ่าน
เช่น GMP, FDA หรือ ISO
🔹 ทำไมไม่ควรเลือก Class สูงสุดเสมอ
หลายคนคิดว่า👉 “ยิ่งสะอาดยิ่งดี”
แต่ในความเป็นจริง
ISO Class 5 ต้องใช้ระบบ Laminar Flow
ใช้ HEPA จำนวนมาก
ต้องควบคุมแรงดันละเอียด
👉 ต้นทุนสูงกว่าหลายเท่า
ดังนั้น แนวคิดที่ถูกต้องคือ เลือก Class ที่ “เหมาะกับงาน” ไม่ใช่ “สูงที่สุด”
🔹 องค์ประกอบสำคัญของการสร้าง ห้องคลีนรูม
เพื่อให้ได้ Class ที่ต้องการ ระบบทั้งหมดต้องทำงานร่วมกัน ได้แก่
ระบบกรองอากาศ
ระบบ HVAC
Airflow (Laminar / Turbulent)
ระบบแรงดัน
Air Shower / Pass Box
ทุกส่วนมีผลต่อความสะอาดโดยตรง
🔹 สรุป
ห้อง Clean room มีทั้งหมด 9 Class ตามมาตรฐาน ISO ตั้งแต่ Class 1 ถึง Class 9 โดยแต่ละระดับถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่แตกต่างกัน
สิ่งสำคัญคือ การเลือก Class ที่ “เหมาะสมกับงาน” มากที่สุด ไม่ใช่เลือกที่สูงที่สุด เพราะจะช่วยควบคุมทั้งคุณภาพและต้นทุนได้อย่างสมดุล การวางแผนและออกแบบตั้งแต่ต้น โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการ สร้างห้องคลีนรูม จะช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านห้องคลีนรูมโดยเฉพาะ บริษัท คลีนแอร์ โปรดักท์ จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ในการออกแบบและติดตั้งระบบห้องคลีนรูมแบบครบวงจรครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน รองรับตั้งแต่การวางแผน ออกแบบไปจนถึงติดตั้งอุปกรณ์ภายในห้องคลีนรูม รองรับการใช้งานในห้องแล็บ ห้องทดลองและห้องปฏิบัติการในระดับ Cleanroom Class 100 และ Class1000 โดยเน้นการออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงเพื่อให้ได้ทั้งมาตรฐานและความคุ้มค่าในระยะยาว

การเลือก Class ของ ห้อง Clean room ขึ้นอยู่กับประเภทงานเป็นหลัก เช่น
อุตสาหกรรมยา / ห้องปลอดเชื้อ → ISO Class 5
อุตสาหกรรมอาหาร → ISO Class 7 – 8
โรงงานทั่วไป → ISO Class 8
สิ่งสำคัญคือควรเลือก Class ให้ “เหมาะกับมาตรฐานที่ต้องผ่าน” ไม่จำเป็นต้องเลือกสูงที่สุดเสมอไป
งบประมาณในการสร้าง ห้องคลีนรูม ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ระดับ Class ที่ต้องการ
ขนาดพื้นที่
ระบบกรองอากาศ (HEPA / ULPA)
อุปกรณ์เสริม เช่น Air Shower, Pass Box
โดยทั่วไป Class ที่สูง (เช่น Class 5) จะมีต้นทุนสูงกว่า Class 7–8 หลายเท่า
แม้ว่าห้องแอร์ทั่วไปจะมีอากาศเย็นและสะอาดระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถควบคุม
จำนวนอนุภาคฝุ่น
การไหลของอากาศ (Airflow)
แรงดันอากาศ
ได้อย่างแม่นยำเหมือน ห้อง Clean room ซึ่งถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อควบคุมการปนเปื้อน
การดูแล ห้อง Clean room เป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษามาตรฐาน เช่น
เปลี่ยน HEPA Filter ตามระยะ
ตรวจสอบค่า Particle อย่างสม่ำเสมอ
ควบคุมการเข้า-ออกของบุคลากร
ทำความสะอาดด้วยวิธีเฉพาะ
การบำรุงรักษาที่ดีจะช่วยให้ห้องคลีนรูมคงประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานในระยะยาว
สนใจ ห้อง Clean room, ห้องปลอดเชื้อ, อุปกรณ์คลีนรูม ติดต่อได้ที่
Line : cleanair8746
Phone : +6623197035
Email : [email protected]