ห้องคลีนรูม มีกี่ Class? เลือกให้เหมาะกับงาน

April 28, 2026

🧪 ห้องคลีนรูม มีกี่ Class? เลือกให้เหมาะกับงาน

ในยุคที่มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยา อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร หรือการแพทย์ “ห้อง Clean room” หรือห้องคลีนรูม จึงเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้

การควบคุมฝุ่นละออง อนุภาคในอากาศ รวมถึงอุณหภูมิ ความชื้น และแรงดันภายในห้อง ล้วนส่งผลต่อคุณภาพสินค้าโดยตรง หากควบคุมไม่ได้ อาจทำให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงกระทบทั้งกระบวนการผลิตแต่คำถามสำคัญคือ ห้องคลีนรูมมีกี่ Class? และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณมากที่สุด

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการเลือก Class ที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริง

🔹 ห้องคลีนรูม (Clean Room) คืออะไร?

ห้อง Clean room คือพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้สามารถควบคุมปริมาณอนุภาคในอากาศได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ระบบกรองอากาศ เช่น HEPA หรือ ULPA Filter ร่วมกับระบบปรับอากาศและการควบคุมแรงดันองค์ประกอบหลักของห้องคลีนรูม ได้แก่

  • ระบบกรองอากาศ (HEPA / ULPA)

  • ระบบปรับอากาศ (HVAC)

  • การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น

  • ระบบ Airflow และแรงดันอากาศ

  • โครงสร้างผนัง ฝ้า และพื้นแบบป้องกันฝุ่น

ดังนั้น การสร้าง ห้องคลีนรูม จึงต้องอาศัยการออกแบบเชิงวิศวกรรม ไม่ใช่เพียงการกั้นห้องธรรมดา

🔹 ห้องคลีนรูม มีกี่ Class? (มาตรฐาน ISO)

มาตรฐานสากลที่ใช้ทั่วโลกคือ ISO 14644-1 ซึ่งแบ่งระดับความสะอาดของ ห้อง Clean room ออกเป็น Class 1 ถึง Class 9

📌 หลักการสำคัญคือ

วัดจาก “จำนวนอนุภาคฝุ่นในอากาศ” ต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร

👉 ยิ่งเลข Class “น้อย” = ยิ่งสะอาด

👉 ยิ่งเลข Class “มาก” = สะอาดน้อยลง (แต่ต้นทุนต่ำกว่า)

🔬 หลักการวัด Class (เข้าใจง่าย)

การวัดจะอิงจาก “ขนาดของอนุภาค” เช่น

  • 0.1 ไมครอน

  • 0.3 ไมครอน

  • 0.5 ไมครอน

  • 5.0 ไมครอน

เพื่อให้เห็นภาพ:

  • ฝุ่นทั่วไป = ใหญ่กว่า 10 ไมครอน

  • แบคทีเรีย ≈ 1 ไมครอน

  • ไวรัส ≈ 0.1 ไมครอน

นั่นหมายความว่า ห้องคลีนรูมระดับสูง ต้องสามารถควบคุมอนุภาคที่เล็กมากจนมองไม่เห็นได้

🔹 รายละเอียดแต่ละ Class

🔸 ISO Class 1

  • สะอาดระดับสูงสุด

  • ใช้ใน Nano technology / Semiconductor ขั้นสูง

  • ต้นทุนสูงมาก ไม่ใช้ในงานทั่วไป

🔸 ISO Class 2 – 3

  • ใช้ในงานวิจัยขั้นสูง

  • เช่น Aerospace / Lab ระดับสูง

🔸 ISO Class 4

  • ใช้ในอุตสาหกรรม High-tech

  • เช่น Microelectronics / Optical

🔸 ISO Class 5 ⭐

  • เป็นระดับที่ “สำคัญและนิยมมาก”

  • อนุภาค ≥0.5 µm ไม่เกิน 3,520 particles/m³

📌 ใช้ใน:

  • ห้องผ่าตัด

  • ห้องผลิตยา

  • ห้องปลอดเชื้อ

👉 เทียบเท่า Class 100 (มาตรฐานเก่า)

🔸 ISO Class 6

  • ใช้ในงาน Assembly

  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

🔸 ISO Class 7 ⭐

  • นิยมมากในโรงงาน

  • อนุภาค ≥0.5 µm ≈ 352,000 particles/m³

📌 ใช้ใน:

  • อุตสาหกรรมอาหาร

  • เครื่องมือแพทย์

  • ห้องผลิตทั่วไป

👉 เทียบเท่า Class 10,000

🔸 ISO Class 8

  • ใช้งานแพร่หลาย

  • ใช้ในโรงงานทั่วไป / Pre-clean

👉 เทียบเท่า Class 100,000

🔸 ISO Class 9

  • ใกล้เคียงห้องแอร์ทั่วไป

  • ใช้เป็น Buffer zone

🔹 ตารางเปรียบเทียบ Class (สรุปเร็ว)

ISO Class มาตรฐานเดิม การใช้งานหลัก
Class 5 Class 100 ห้องผ่าตัด / ยา
Class 7 Class 10,000 อาหาร / เครื่องมือแพทย์
Class 8 Class 100,000 โรงงานทั่วไป

🔹 อีกเรื่องที่สำคัญ: At Rest vs In Operation

ในการออกแบบ ห้อง Clean room จะมี 2 สถานะ

🧍 At Rest

  • ห้องพร้อมใช้งาน แต่ยังไม่มีคน

  • ค่าฝุ่นต่ำที่สุด

🏭 In Operation

  • ขณะใช้งานจริง

  • มีคน / เครื่องจักร → ฝุ่นเพิ่มขึ้น

ห้องคลีนรูม มีกี่ Class? เลือกให้เหมาะกับงาน

👉 ดังนั้น การสร้าง ห้องคลีนรูม ต้องออกแบบให้ “ตอนใช้งานจริง ยังผ่าน Class ที่ต้องการ”

🔹 เลือก Class ห้องคลีนรูมอย่างไรให้เหมาะกับงาน

✅ 1. ประเภทอุตสาหกรรม

  • ยา / การแพทย์ → Class 5

  • อาหาร → Class 7 – 8

  • อิเล็กทรอนิกส์ → Class 4 – 6

✅ 2. ความละเอียดของงาน

  • งานที่ละเอียดมาก → ต้องใช้ Class ต่ำ

  • งานทั่วไป → ใช้ Class สูงขึ้นได้

✅ 3. งบประมาณ

ยิ่ง Class สูง (เลขน้อย) → ต้นทุนสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด

✅ 4. มาตรฐานที่ต้องผ่าน

เช่น GMP, FDA หรือ ISO

🔹 ทำไมไม่ควรเลือก Class สูงสุดเสมอ

หลายคนคิดว่า👉 “ยิ่งสะอาดยิ่งดี”

แต่ในความเป็นจริง

  • ISO Class 5 ต้องใช้ระบบ Laminar Flow

  • ใช้ HEPA จำนวนมาก

  • ต้องควบคุมแรงดันละเอียด

👉 ต้นทุนสูงกว่าหลายเท่า

ดังนั้น แนวคิดที่ถูกต้องคือ เลือก Class ที่ “เหมาะกับงาน” ไม่ใช่ “สูงที่สุด”

🔹 องค์ประกอบสำคัญของการสร้าง ห้องคลีนรูม

เพื่อให้ได้ Class ที่ต้องการ ระบบทั้งหมดต้องทำงานร่วมกัน ได้แก่

  • ระบบกรองอากาศ

  • ระบบ HVAC

  • Airflow (Laminar / Turbulent)

  • ระบบแรงดัน

  • Air Shower / Pass Box

ทุกส่วนมีผลต่อความสะอาดโดยตรง

🔹 สรุป

ห้อง Clean room มีทั้งหมด 9 Class ตามมาตรฐาน ISO ตั้งแต่ Class 1 ถึง Class 9 โดยแต่ละระดับถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญคือ การเลือก Class ที่ “เหมาะสมกับงาน” มากที่สุด ไม่ใช่เลือกที่สูงที่สุด เพราะจะช่วยควบคุมทั้งคุณภาพและต้นทุนได้อย่างสมดุล การวางแผนและออกแบบตั้งแต่ต้น โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการ สร้างห้องคลีนรูม จะช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านห้องคลีนรูมโดยเฉพาะ บริษัท คลีนแอร์ โปรดักท์ จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ในการออกแบบและติดตั้งระบบห้องคลีนรูมแบบครบวงจรครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน รองรับตั้งแต่การวางแผน ออกแบบไปจนถึงติดตั้งอุปกรณ์ภายในห้องคลีนรูม รองรับการใช้งานในห้องแล็บ ห้องทดลองและห้องปฏิบัติการในระดับ Cleanroom Class 100 และ Class1000 โดยเน้นการออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงเพื่อให้ได้ทั้งมาตรฐานและความคุ้มค่าในระยะยาว

ห้องคลีนรูม มีกี่ Class? เลือกให้เหมาะกับงาน

❓ FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับห้องคลีนรูม

1. ห้อง Clean room ต้องใช้ Class ไหนถึงจะเหมาะกับธุรกิจ?

การเลือก Class ของ ห้อง Clean room ขึ้นอยู่กับประเภทงานเป็นหลัก เช่น

  • อุตสาหกรรมยา / ห้องปลอดเชื้อ → ISO Class 5

  • อุตสาหกรรมอาหาร → ISO Class 7 – 8

  • โรงงานทั่วไป → ISO Class 8

สิ่งสำคัญคือควรเลือก Class ให้ “เหมาะกับมาตรฐานที่ต้องผ่าน” ไม่จำเป็นต้องเลือกสูงที่สุดเสมอไป

2. การสร้าง ห้องคลีนรูม ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่?

งบประมาณในการสร้าง ห้องคลีนรูม ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ระดับ Class ที่ต้องการ

  • ขนาดพื้นที่

  • ระบบกรองอากาศ (HEPA / ULPA)

  • อุปกรณ์เสริม เช่น Air Shower, Pass Box

โดยทั่วไป Class ที่สูง (เช่น Class 5) จะมีต้นทุนสูงกว่า Class 7–8 หลายเท่า

3. ห้องคลีนรูมต่างจากห้องแอร์ทั่วไปอย่างไร?

แม้ว่าห้องแอร์ทั่วไปจะมีอากาศเย็นและสะอาดระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถควบคุม

  • จำนวนอนุภาคฝุ่น

  • การไหลของอากาศ (Airflow)

  • แรงดันอากาศ

ได้อย่างแม่นยำเหมือน ห้อง Clean room ซึ่งถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อควบคุมการปนเปื้อน

4. ต้องดูแลหรือบำรุงรักษาห้องคลีนรูมอย่างไร?

การดูแล ห้อง Clean room เป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษามาตรฐาน เช่น

  • เปลี่ยน HEPA Filter ตามระยะ

  • ตรวจสอบค่า Particle อย่างสม่ำเสมอ

  • ควบคุมการเข้า-ออกของบุคลากร

  • ทำความสะอาดด้วยวิธีเฉพาะ

การบำรุงรักษาที่ดีจะช่วยให้ห้องคลีนรูมคงประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานในระยะยาว

สนใจ ห้อง Clean room, ห้องปลอดเชื้อ, อุปกรณ์คลีนรูม ติดต่อได้ที่
Line : cleanair8746
Phone : +6623197035
Email : [email protected]

บทความน่าสนใจ

สอบถามเพิ่มเติม คลิก!!